จาก MacBook Pro (Intel 2019) สู่เครื่องใหม่ MacBook Pro (M5 Pro)

การเปลี่ยนคอมใหม่ของคนเป็น Dev มันไม่ใช่แค่การซื้อของใหม่มาแทนของเก่า แต่มันคือการบอกลาคู่หูที่ร่วมรบด้วยกันมาทุกโปรเจกต์ แล้วเตรียมเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะทำให้เราทำงานสนุกกว่าเดิม ซึ่งถ้าย้อนกลับไปดูเส้นทางที่ผ่านมาของเครื่องเก่า มันก็มีเรื่องราวและความทรงจำที่น่าจดจำอยู่ไม่น้อยเลย
ความทรงจำกับ MacBook Pro 16 นิ้ว (Intel 2019)
เรายังจำความรู้สึกตอนกดสั่ง MacBook Pro 16 นิ้ว รุ่นปี 2019 ได้แม่นยำ เพราะนี่คือ MacBook เครื่องแรกในชีวิตเราเลย มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้ขยับมาใช้ macOS อย่างเต็มตัวในช่วงโควิดที่ทุกอย่างเปลี่ยนมาเป็นแบบ WFH 100% พอดี
ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่และสเปก Intel i7 ในวันนั้น มันคือ "ตัวแรง" ที่ช่วยให้เราลุยงาน Dev และปั้นโปรเจกต์ต่างๆ ออกมาได้อย่างน่าประทับใจ เราใช้เครื่องนี้ทำงานมานับไม่ถ้วน มาจนถึงปัจจุบัน แม้ในช่วงหลังมันจะเริ่มส่งเสียงพัดลมดังสนั่นหรือเครื่องร้อนจนวางมือลำบากเวลาต้องรันงานหนักๆ แต่ความผูกพันที่มีต่อเครื่องนี้ก็ทำให้เราใช้งานมันมาอย่างยาวนานและคุ้มค่าที่สุดเท่าที่คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งจะทำให้เราได้
การรอคอยที่สิ้นสุด: เมื่อ M5 Pro มาถึง
เราแอบมองการขยับข้ามมาฝั่ง Apple Silicon มานานพอสมควร ตั้งแต่ช่วง M4 จนมาถึง M5 มีความลังเลตลอดว่าจะเปลี่ยนดีไหม แต่สุดท้ายเราเลือกที่จะ "อดทน" รอจนกว่ารุ่นที่เราต้องการจริงๆ จะเปิดตัว ซึ่งนั่นก็คือ M5 Pro
การรอคอยครั้งนี้คุ้มค่ามาก เพราะเราไม่ได้แค่ต้องการความเร็วที่เพิ่มขึ้น แต่เราต้องการก้าวกระโดดที่เห็นผลชัดเจนในแง่ของ Performance ความเสถียร รอบนี้เราตัดสินใจไปซื้อที่ร้าน iStudio เลย ได้มาเป็น MacBook Pro 14 นิ้ว ชิป M5 Pro (CPU 12-core, GPU 16-core) พร้อม RAM 24GB และ SSD 1TB ซึ่งสเปกนี้บอกเลยว่าเหลือๆ สำหรับการรันงานและ AI ในอนาคต
ตอนแรกใจเราอยากได้สี Silver เหมือนเครื่องเก่าเป๊ะๆ แต่ของที่ร้านไม่มี ถ้าจะเอาก็ต้องรอเครื่องอีกนาน เราเลยตัดสินใจรับสีดำ (Space Black) มาแทน ตอนแรกก็หวั่นๆ แต่พอได้ลองกางเครื่องใช้จริงๆ เออ มันก็สวยดีนะ ดูเข้มๆ เท่ไปอีกแบบ ตอนนี้ชอบสีนี้ไปแล้ว และที่ฟินที่สุดคือเราให้น้องสาวมาช่วยใช้สิทธิ์นักศึกษาซื้อให้ ได้ส่วนลดไปตั้ง 4,000 บาท จุกๆ ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดให้ตัวเองปีนี้ที่คุ้มค่ามาก อิอิ
เมื่อก่อนเวลาจะเปิดคอมทำงานที่บ้าน สิ่งแรกที่ต้องทำคือเปิดแอร์ให้น้องก่อน ไม่งั้นพัดลมจะร้องประท้วง เครื่องจะค้างเป็นช่วงๆ แถมยังร้อนจี๋เอามาวางบนตักไม่ได้เลย แต่พอได้เครื่องใหม่มา ข้อจำกัดเรื่องความร้อนหายไปหมดเลย ตอนนี้พอมีไอเดียเมื่อไหร่ ก็หยิบมาเปิดได้ทันทีทุกที่ในบ้าน มันทำให้การทำงานสนุกขึ้นกว่าเดิมจริงๆ
ทางเลือกที่ยากลำบาก: Clean Install หรือ Migration?
เราอยากจะ Clean Install เพื่อจัดการไฟล์ที่รกรุงรังมาหลายปี แต่ในความเป็นจริง งานที่เราต้องทำต่อ และเครื่องมือที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันมันมีรายละเอียดเยอะมาก หากต้องมานั่งเซต Environment ใหม่ทั้งหมดอาจทำให้ Workflow สะดุดไปหลายวัน
สุดท้ายเราจึงตัดสินใจเลือกใช้ Migration Assistant เพื่อดึงข้อมูลมาทั้งหมด ซึ่งมันสะดวกมากเพราะระบบจะย้ายทั้งไฟล์ การตั้งค่า และแอปต่างๆ มาให้เหมือนเดิมเป๊ะ แถมโชคดีที่เจอสาย Thunderbolt ที่บ้านพอดี เลยช่วยให้การส่งข้อมูลผ่านไปได้เร็วแบบติดจรวด ใช้เวลาแค่ชั่วโมงนิดๆ เอง ไม่ต้องรอนานอย่างที่คิด และมันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะเราสามารถเปิดเครื่องใหม่ขึ้นมาแล้วกดรันโค้ดต่อจากจุดเดิมได้ทันที
แต่จุดที่ต้องระวังคือ แม้ข้อมูลจะมาครบ แต่แอปพลิเคชันเดิมที่เคยทำงานบน Intel นั้นยังคงเป็นเวอร์ชันเก่าอยู่ ถึงเครื่องจะมีตัวช่วยให้เราใช้แอปเก่าต่อได้ แต่มันดึงพลังของเครื่องออกมาใช้ได้ไม่เต็มร้อย ด้วยความที่เราอยากให้เครื่องใหม่ลื่นที่สุด เราจึงต้องไล่ลงแอปสำคัญๆ ทับใหม่ให้เป็นเวอร์ชัน Apple Silicon (Native) ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Browser, IDE หรือเครื่องมือ Dev ต่างๆ เพื่อให้เครื่องใหม่ ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด ความต่อเนื่องในการทำงานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เรายอมแลกกับความยุ่งยากในการไล่เช็กแอปทีละตัวแบบนี้
พื้นที่ทดลองใหม่กับโลกของ Local AI
เครื่อง M5 Pro นี้ไม่ได้มีไว้แค่เขียนโค้ดเหมือนเมื่อก่อน แต่มันคือเครื่องมือที่เราตั้งใจจะใช้เป็นพื้นที่ทดลองใหม่ๆ สิ่งแรกที่ได้ลองเพราะโดนข้อจำกัดเครื่องเก่าทำไม่ได้คือ การโหลด AI Model หลายๆ ตัวมาลองเล่น เพื่อหาว่าเครื่องใหม่ของเราจะไหวเท่าไหน
นี่จึงเป็นก้าวสำคัญที่เราจะได้สนุกกับการลองอะไรใหม่ๆ ที่เคยทำได้แค่ในทฤษฎี ให้มันเกิดขึ้นจริงบนเครื่องนี้ และเราเชื่อว่าในอนาคตจะมี Model ใหม่ๆ ที่ฉลาดกว่านี้ออกมาให้เราได้รันแบบสบายๆ มากขึ้นอย่างแน่นอน
ส่งต่อหน้าที่และเริ่มต้นใหม่
แม้วันที่ต้องแยกทางกับเครื่องเก่าที่อยู่กันมานาน แต่มันคือการอำลาที่สวยงาม เครื่องเก่าได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์แบบจนหยดสุดท้าย และได้ส่งต่อภารกิจอันยิ่งใหญ่ให้กับ M5 Pro
การเดินทางครั้งใหม่นี้มีอะไรให้น่าตื่นเต้นอีกเยอะ ทั้งการเขียนโค้ดที่รวดเร็วขึ้น การจัดการงานที่ฉลาดขึ้นด้วย AI และความสะดวกสบายในการทำงานข้ามอุปกรณ์ระหว่างคอมพิวเตอร์และมือถือ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่เรามีเครื่องที่แรงขึ้น แต่เราได้เรียนรู้วิธีที่จะใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อสร้างสรรค์งานที่ดียิ่งกว่าเดิม และเรามั่นใจว่านี่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดครั้งหนึ่งสำหรับอาชีพนักพัฒนาของเรา
